ชมคลิป : ฮาเบาๆ ที่เซาท์แอฟริกา จนท.จีนวิ่งตาม ปธน.สีจิ้นผิง ที่งาน BRICS โดน รปภ. ล็อกตัวปึงปัง คลิปถูกแชร์เป็นไวรัลสนั่น X

Author:

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก้าวเข้าสู่ห้องประชุมเพลนารี ฮอลล์ ของการประชุมซัมมิตกลุ่มบริกส์ (BRICS) และเจ้าหน้าที่จีนซึ่งเป็นผู้ติดตามก็วิ่งเหยาะๆ จะตามไปสมทบ แต่ถูก รปภ. ล็อกตัวด้วยความเข้าใจผิด เมื่อคลิปถูกแชร์ต่อๆ กันออกไปจนเป็นคลิปไวรัลทั่วโลก ดรามาเล็กๆ นี้จึงกลายเป็นไฮไลต์ขำๆ ขโมยซีนงานบริกส์ซัมมิต ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีแห่งประเทศจีนก็ได้รับเสียงชื่นชมว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์ขลุกขลักได้อย่างสุขุม ขณะเดียวกันยังแสดงถึงความเป็นห่วงลูกน้องออกมาให้เห็นกันไม่ใช่น้อยๆ เลย

กลายเป็นคลิปไวรัลสนั่นโชเชียลมีเดีย เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งประเทศจีนเข้าร่วมประชุมซัมมิตกลุ่มบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 15 ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ (22-24 สิงหาคม 2023) แล้วในวันพุธที่ 23 สิงหาคม ขณะก้าวเท้าไปบนแนวพรมแดงของโถงทางเดิน แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านเข้าประตู VVIP สู่ห้องเพลนารี ฮอลล์ เพื่อขึ้นเวทีประชุมใหญ่ 5 ชาติ เจ้าหน้าที่จีนพร้อมป้ายชื่อคล้องคอและกระเป๋าเอกสาร ซึ่งซีเอ็นเอ็นคาดว่าเป็นล่ามติดตามประธานาธิบดี รีบร้อนสาวเท้าพุ่งตัวแกมวิ่งเหยาะๆ ออกมาจากอีกด้านหนึ่งของโถงทางเดิน ในอันที่จะตามไปดูแลนายใหญ่

เท่านั้นเอง!! เรื่องเหนือความคาดคิดได้อุบัติขึ้น ทีม รปภ.เซาท์แอฟริกันร่างใหญ่ยักษ์ตรงปากประตู VVIP เกิดระแวงว่าเจ้าหน้าที่จีนรายดังกล่าวที่สวมแว่นตามีออร่าเป็นนักวิชาการแจ่มชัด แต่จู่ๆ ก็วิ่งถลาเข้ามา อาจจะเป็นผู้ที่มุ่งร้ายต่อประธานาธิบดี ดังนั้น รปภ. จึงผวาเข้าชาร์จเต็มแรง พร้อมกับกระแทกให้คุณล่ามตัวขาวร่างผอมกระเด็นไปเบียดติดกำแพง ขณะเดียวกัน ก็ทำการปิดบานประตู VVIP ให้สนิทแน่นมั่นคง ฟรีเพรสเจอร์นัลอินเดียรายงาน

ด้านประธานาธิบดีแห่งประเทศจีนเหลียวซ้ายกลับไปมองเหตุการณ์โกลาหลที่หน้าประตูนิดหนึ่ง แล้วก้าวเดินต่ออย่างมั่นคงตามบุคลิกประจำตัว

อย่างไรก็ตาม ภายในช่วง 7-8 ก้าวเดิน ท่านผู้นำแห่งชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของกลุ่มบริกส์อาจจะนึกถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ติดตาม และเริ่มชะลอฝีเท้าลงบ้าง ซึ่งจากคลิปที่แชร์กันไปมากมายกลายเป็นไวรัลนั้น สามารถเห็นอากัปกิริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่บ่งบอกได้ถึงความรู้สึกผิดสังเกต ประมาณว่าเจ้าหน้าที่ของท่านได้ตามเข้ามาแล้วหรือไม่ หรือจะอย่างไรกันแน่

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงซึ่งคงจะทราบว่าห้วงเวลาที่ VVIP ทำการก้าวเข้าสู่เวทีประชุมเพลนารี กล้องทีวีจะคอยจับภาพตลอดเวลา ท่านสี จิ้นผิงจึงก้าวช้าลงอย่างลังเล ละม้ายว่าเกรงจะเสียกิริยา ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงลูกน้อง

แต่ภายใน 6 ก้าวต่อมา จึงตัดสินใจหยุดรอ 3-4 วินาที ก่อนจะหันกายไปทางขวา มองกลับไปยังประตู VVIP เต็มๆ ตาแว่บหนึ่ง

ณ จังหวะนั้นเอง ท่านสี จิ้นผิงคงจะโยงเรื่องของเสียงโครมครามที่ได้ยินตอนก่อนที่จะมีการปิดประตูแน่นหนา โยงไปกับการอันตรธานของคุณเจ้าหน้าที่ผู้ติดตาม เมื่อท่านหันกายกลับมา ปรากฏรอยยิ้มบางๆ ช่วงสั้นๆ ราวครึ่งลมหายใจเท่านั้น

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงก้าวจากโถงทางเดินด้านขวาหน้าห้องเพลนารี ฮอลล์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามลำพัง ขณะที่กล้องโทรทัศน์จับภาพรออยู่

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงก้าวจากโถงทางเดินด้านขวาหน้าห้องเพลนารี ฮอลล์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามลำพัง ขณะที่กล้องโทรทัศน์จับภาพรอ
อยู่

เจ้าหน้าที่จีนในชุดเสื้อนอก พร้อมป้ายคล้องคอ และกระเป๋าเอกสาร (ซ้าย) ซึ่งถูกระบุบนทวิตเตอร์ของนักการทูตอินเดีย นามว่า สิธานท์ สิบาล ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ในทีมของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง พุ่งกายจากโถงทางเดินอีกฝั่งหนึ่งของโถงทางเดินหน้าห้องเพลนารี ฮอลล์ และวิ่งเหยาะๆ จะตามไปสมทบนายใหญ่ (ปากประตู VVIP) ความเคลื่อนไหวเยี่ยงนี้ถูกฝ่ายรักษาความปลอดภัยระแวงว่าเป็นภัยอันตราย ซึ่งต้องทำการสกัดกั้นไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงตัวประธานาธิบดีจีน เดลิเมลออนไลน์รายงาน

เจ้าหน้าที่จีนในชุดเสื้อนอก พร้อมป้ายคล้องคอ และกระเป๋าเอกสาร (ซ้าย) ซึ่งถูกระบุบนทวิตเตอร์ของนักการทูตอินเดีย นามว่า สิธานท์ สิบาล ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ในทีมของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง พุ่งกายจากโถงทางเดินอีกฝั่งหนึ่งของโถงทางเดินหน้าห้องเพลนารี ฮอลล์ และวิ่งเหยาะๆ จะตามไปสมทบนายใหญ่ (ปากประตู VVIP) ความเคลื่อนไหวเยี่ยงนี้ถูกฝ่ายรักษาความปลอดภัยระแวงว่าเป็นภัยอันตราย ซึ่งต้องทำการสกัดกั้นไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงตัวประธานาธิบดีจีน เดลิเมลออนไลน์รายงาน

(ภาพบน) ฝ่ายรักษาความปลอดภัยก้าวเข้าสกัดกั้นเจ้าหน้าที่จีน ซึ่งซีเอ็นเอ็นคาดว่าน่าจะเป็นล่ามประจำตัวประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (ด้านหลังของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แลเห็นแต่กระเป๋าลอยอยู่ใกล้หัวเข่าของ รปภ.) มิให้ผ่านเข้าห้องประชุม เบื้องต้นใช้มือดัน ต่อมาจึงใช้ร่างกายกระแทกเจ้าหน้าที่จีนไปปะทะกับกำแพง แล้วมี รปภ.อีกนายหนึ่งตามเข้าไปล็อก (ภาพล่าง) ในจังหวะนั้น รปภ. คนแรก รีบทำการปิดบานประตูอย่างว่องไว

(ภาพบน) ฝ่ายรักษาความปลอดภัยก้าวเข้าสกัดกั้นเจ้าหน้าที่จีน ซึ่งซีเอ็นเอ็นคาดว่าน่าจะเป็นล่ามประจำตัวประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (ด้านหลังของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แลเห็นแต่กระเป๋าลอยอยู่ใกล้หัวเข่าของ รปภ.) มิให้ผ่านเข้าห้องประชุม เบื้องต้นใช้มือดัน ต่อมาจึงใช้ร่างกายกระแทกเจ้าหน้าที่จีนไปปะทะกับกำแพง แล้วมี รปภ.อีกนายหนึ่งตามเข้าไปล็อก (ภาพล่าง) ในจังหวะนั้น รปภ. คนแรก รีบทำการปิดบานประตูอย่างว่องไว

(ภาพซ้ายสุด) ด้านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเริ่มขยับกายไปตามเสียงโครมครามที่ดังมาจากประตูห้อง (ภาพกลางและขวาสุด) เมื่อท่านประธานาธิบดีหันกลับไปมองได้อย่างถนัดตา ก็เป็นจังหวะที่ประตูถูกปิดแล้ว จึงไม่ทันได้เห็นว่าลูกน้องของท่านถูกล็อกตัวไว้ที่ด้านนอก

(ภาพซ้ายสุด) ด้านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเริ่มขยับกายไปตามเสียงโครมครามที่ดังมาจากประตูห้อง (ภาพกลางและขวาสุด) เมื่อท่านประธานาธิบดีหันกลับไปมองได้อย่างถนัดตา ก็เป็นจังหวะที่ประตูถูกปิดแล้ว จึงไม่ทันได้เห็นว่าลูกน้องของท่านถูกล็อกตัวไว้ที่ด้านนอก

หลังจากก้าวเท้าต่ออีก 7-8 ก้าวพลางลังเลใจที่จะหันกลับไปละม้ายว่าเกรงจะเสียกิริยา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงลูกน้องประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจึงหยุดเดิน และรีรอพลางประเมินสถานการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ของท่านตามเข้ามาในห้องประชุมแล้วหรือยัง

หลังจากก้าวเท้าต่ออีก 7-8 ก้าวพลางลังเลใจที่จะหันกลับไปละม้ายว่าเกรงจะเสียกิริยา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงลูกน้องประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจึงหยุดเดิน และรีรอพลางประเมินสถานการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ของท่านตามเข้ามาในห้องประชุมแล้วหรือยัง

ยืนรอหลายวินาที แล้วประธานาธิบดีสีจิ้นผิงหันกายไปทางขวา มองกลับไปยังประตู VVIP เต็มๆ ตาแว่บหนึ่ง ณ จังหวะนั้น ท่านสีจิ้นผิงคงจะแน่ใจแล้วว่าเสียงของความโกลาหลที่ได้ยินตอนก่อนที่จะมีการปิดประตู คงจะเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหน้าที่ผู้ติดตาม หายตัวไป และเมื่อท่านหันกายกลับมา ปรากฏมีรอยยิ้มบางๆ ช่วงสั้นมาก ราวครึ่งลมหายใจเท่านั้น

ยืนรอหลายวินาที แล้วประธานาธิบดีสีจิ้นผิงหันกายไปทางขวา มองกลับไปยังประตู VVIP เต็มๆ ตาแว่บหนึ่ง ณ จังหวะนั้น ท่านสีจิ้นผิงคงจะแน่ใจแล้วว่าเสียงของความโกลาหลที่ได้ยินตอนก่อนที่จะมีการปิดประตู คงจะเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหน้าที่ผู้ติดตาม หายตัวไป และเมื่อท่านหันกายกลับมา ปรากฏมีรอยยิ้มบางๆ ช่วงสั้นมาก ราวครึ่งลมหายใจเท่านั้น

เมื่อเคลียร์ใจแล้ว ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงก้าวเดินขึ้นหน้าอย่างมั่นคงและนุ่มนวลโดยสีหน้าของท่านผู้นำเรียบสงบ

เมื่อเคลียร์ใจแล้ว ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงก้าวเดินขึ้นหน้าอย่างมั่นคงและนุ่มนวลโดยสีหน้าของท่านผู้นำเรียบสงบ

ด้วยวุฒิภาวะผู้นำสูงสุดของประเทศแห่งพลเมือง 1.4 พันล้านราย ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมิได้แสดงสีหน้าใดๆ และก้าวเดินขึ้นหน้าอย่างมั่นคงและนุ่มนวล ประมาณจะแน่ใจว่าอีกสักพัก บรรดาเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนจีนจะสามารถเคลียร์ปัญหา แล้วผู้ช่วยของท่านก็จะตามมาทำหน้าที่ได้

คลิปถูกตัดตอนไว้ ณ จุดนี้ โดยเนื้อข่าวที่เดลิเมลออนไลน์นำเสนอเมื่อ 25 สิงหาคม 2023 ได้อธิบายว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงรักษาอากัปกิริยาไว้ในความสงบสุขุม และเดินสืบต่อไปบนพรมแดง แม้ว่าเหตุการณ์ดรามายังวุ่นวายอยู่หลังประตู VVIP

ส่วนรัสเซียทูเดย์ สถานีโทรทัศน์นอกประเทศของรัสเซีย ทวีตข้อความรายงานภาพโดยรวมดังนี้

“เห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ของจีนตามหลังประธานาธิบดีสีจิ้นผิงไม่ทัน ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่รายนี้พยายามจะรีบติดตามประธานาธิบดีเข้าไปนั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกระตุ้นให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเกิดความระแวงสงสัยขึ้นมา”

หลังการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS เสร็จสมบูรณ์ในวันพฤหัสบดี 24 สิงหาคม ฟุตเทจแห่งดรามาโกลาหลเล็กๆ นี้ถูกแชร์ไปถึงมือของเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ของบรรดาประเทศที่เข้าร่วมการประชุม แล้วก็มีการแชร์ต่อๆ สะพัดออกไปสู่นานาทวีปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายในประเทศอินเดียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านปีนเกลียวกัน กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ ให้ได้ทึ่งกันว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจผู้ซึ่งสุขุมนุ่มนวลอย่างแท้จริง แม้แต่ในเหตุปุบปับคาดไม่ถึง ผู้นำสูงสุดท่านนี้ของจีนก็สามารถรักษากิริยาเยือกเย็นไว้ได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

ในการนี้ แม้จะมีเหตุการณ์ขลุกขลักเล็กน้อย บรรดาผู้นำแห่งชาติสมาชิกกลุ่ม BRICS อันได้แก่ บราซิล รัสเซีย (ส่ง รมว.ต่างประเทศมาแทน) อินเดีย จีน และเซาท์แอฟริกา ได้ขึ้นเวทีประชุมสุดยอดครั้งที่ 15 กันอย่างราบรื่น โดยมีข้อสรุปตกลงต้อนรับสมาชิกใหม่ 6 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อร่วมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรตะวันตก นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เดลิเมลออนไลน์รายงาน

หลังเสร็จสิ้นดรามา รปภ. ล็อกตัวผู้ช่วยประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ด้วยความเข้าใจผิด การประชุมใหญ่กลุ่มความร่วมมือ BRICS ได้เริ่มขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแซนด์ตัน คอนเวนชั่น เซนเตอร์ โดยวีวีไอพีบนเวทีประกอบด้วยประธานาธิบดีบราซิล ประธานาธิบดีจีน ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ประธานาธิบดีอินเดีย และผู้แทนของประธานาธิบดีรัสเซีย นอกจากที่ความขลุกขลักจะไม่ได้ขัดขวางเวทีประชุม ผลการประชุมก็บรรลุออกมาตามเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วาระประชุมหลักว่าด้วยการขยายองค์กร BRICS โดยมีข้อสรุปตกลงต้อนรับสมาชิกใหม่ 6 ประเทศ เข้าร่วมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรตะวันตก นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024

หลังเสร็จสิ้นดรามา รปภ. ล็อกตัวผู้ช่วยประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ด้วยความเข้าใจผิด การประชุมใหญ่กลุ่มความร่วมมือ BRICS ได้เริ่มขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแซนด์ตัน คอนเวนชั่น เซนเตอร์ โดยวีวีไอพีบนเวทีประกอบด้วยประธานาธิบดีบราซิล ประธานาธิบดีจีน ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ประธานาธิบดีอินเดีย และผู้แทนของประธานาธิบดีรัสเซีย นอกจากที่ความขลุกขลักจะไม่ได้ขัดขวางเวทีประชุม ผลการประชุมก็บรรลุออกมาตามเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วาระประชุมหลักว่าด้วยการขยายองค์กร BRICS โดยมีข้อสรุปตกลงต้อนรับสมาชิกใหม่ 6 ประเทศ เข้าร่วมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรตะวันตก นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *