เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจผู้มากบารมี 29 ปีบนเส้นทางสีกากีที่ไม่ธรรมดา

Author:

จากกรณี ตำรวจไซเบอร์ ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักของ “บิ๊กโจ๊ก” หรือ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” รองผบ.ตร. และบ้านที่ซื้อไว้ให้ลูกน้องพักรวม 5 หลัง ภายในหมู่บ้านในซอยวิภาวดี 60 หลังสโมสรตำรวจ หลังพบมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์

สำหรับ “บิ๊กโจ๊ก” หรือ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” เกิดเมื่อ 29 ต.ค. 2513 ที่ จ.สงขลา เรียนที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) รุ่นที่ 31 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 47 เป็นประธานรุ่น นรต. 47 ส่วนเส้นทางการทำงาน ร.ต.ต.สุรเชษฐ์ เป็นรองสารวัตร ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2537 เป็นรองสารวัตรได้ 6 ปี 1 เดือน ได้ขึ้นเป็นสารวัตร เป็นสารวัตรได้ 4 ปี 8 เดือน ขยับเป็นรองผู้กำกับการ เป็นรองผู้กำกับการอยู่ 4 ปี ขยับเป็นผู้กำกับการ ติดยศ พ.ต.อ.

เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจผู้มากบารมี 29 ปีบนเส้นทางสีกากีไม่ธรรมดา

ต่อมา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เป็น ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งในขณะนั้น พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 โดย พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้กำกับการอยู่ได้ 4 ปี 1 เดือน จึงขยับเป็นรองผู้บังคับการ เมื่อ 6 ธ.ค.2555 ในตำแหน่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พ่วงหน้าที่ดูแลศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจ.สงขลา ส่วนหน้า ดูแลพื้นที่ อ.จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา จ.สงขลา 4 อำเภอพื้นที่สีแดงภัยความไม่สงบชายแดนใต้ ด้วยหน้าที่ตรงนี้ ส่งให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในตอนนั้น ได้รับสิทธินับอายุราชการแบบทวีคูณ จึงทำให้ แม้อายุยังน้อยแต่อายุงานอาวุโส ทำให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ขึ้นเป็นผู้บังคับการติดยศ พล.ต.ต. ด้วยวัยเพียงไม่ถึง 45 ปี

เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจผู้มากบารมี 29 ปีบนเส้นทางสีกากีไม่ธรรมดา

หลังจากนั้น เมื่อ 23 ก.ค. 2558 ในยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เป็นผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้เป็นผู้บังคับการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าประสานนายกรัฐมนตรี โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ทำหน้าที่นายตำรวจประสานงานใกล้ชิด “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หรือ “บิ๊กป้อม” คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ในตอนนั้น) จากนั้นไม่นาน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ขยับเป็นผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ในปีเดียวกัน (2558)

เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจผู้มากบารมี 29 ปีบนเส้นทางสีกากีไม่ธรรมดา

จนกระทั่งปี 2559 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  ขยับเป็น ผู้บังคับการตำรวจสายตรวจและปฏฺิบัติการพิเศษ 191 จนมาถึงปี 2560 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่มีอาวุโสลำดับที่ 76 ได้รับการเสนอชื่อจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ขึ้นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและโยกมานั่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จนในที่สุดขยับผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในเดือนตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นผู้บัญชาการอายุน้อยที่สุด ติดยศ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ด้วยวัยเพียง 48 ปี สร้างประวัติศาสตร์ของวงการสีกากี ซึ่ง 2-3 ปีแรกที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็น ผบ.ตร. ระหว่างปี 2558-2562 ถือว่า “บิ๊กโจ๊ก” ขึ้นชื่อว่ามีบทบาทอย่างมากในหลายมิติ

เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจผู้มากบารมี 29 ปีบนเส้นทางสีกากีไม่ธรรมดา

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสีกากีของ “บิ๊กโจ๊ก” ประสบอุบัติเหตุในเส้นทางราชการ มาแล้วไม่น้อย สมัยเป็น ผกก.ค้ามนุษย์ มีเรื่องร้องเรียน ถูกตั้งกรรมการ ทว่าผ่านมาได้เรื่องจบไร้มลทิน ก่อนได้เป็น ผกก.สภ.หาดใหญ่ ได้รับการเกื้อกูลสนับสนุนจากรุ่นพี่ เริ่มใกล้ชิด “บิ๊กป้อม” และเติบโตเร็วเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง บารมีมากมาย จนได้สมญา “ผบ.ตร.น้อย” ในยุคหนึ่ง ต้นปี 2562 ถูกย้ายฟ้าผ่า เกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงมากมายในช่วงถูกย้ายพ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวงการสีกากีวิเคราะห์วิจารณ์ ไปต่างๆนานา

เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจผู้มากบารมี 29 ปีบนเส้นทางสีกากีไม่ธรรมดา

ทั้งนี้ “บิ๊กโจ๊ก” จากเคยเป็นดาวรุ่งพุ่งเร็วในวงการสีกากี กลับประสบอุบัติเหตุในชีวิตราชการ ถูกย้ายพ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 ร่วม 2 ปี ออกนอกเส้นทางสีกากี ไปนั่งเก้าอี้ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมนตรี (นักบริหารระดับสูง) ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะย้ายกลับและ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ คืนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี 2564 โดยดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร. และเลื่อนเป็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ในวันนี้ พร้อมกับผลงานจับกุมหลายคดีใหญ่ที่เป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ

เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจผู้มากบารมี 29 ปีบนเส้นทางสีกากีไม่ธรรมดา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *